Okrit's profileพรุ่งนี้ที่สดใส แล้วเมื...PhotosBlogListsMore Tools Help

Okrit Puangkaew

Occupation
Location
Interests
ChampLing : หัวฟู ซุกซน เฮฮา บ้าบอ แกล้งคนอื่น พูดมาก กวนตีน

Windows Media Player

พรุ่งนี้ที่สดใส แล้วเมื่อไรจะถึงพรุ่งนี้

ก็คงจะพรุ่งนี้อ่ะม้าง
January 31

ฝากเธอ

   เจ้าตุ๊กตาเป็ดสีเหลืองตัวน้อยๆ ฉันตั้งชื่อให้เจ้าว่าชื่อ ง้องแง้ง โปรดรับฟังฉันหน่อย ฉันมีอะไรจะฝากเจ้าฉันเคยชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ฉันรู้จักกันตั้งสอบไฟนอลเทอมที่แล้ว นับจนถึงตอนนี้ก็ สามเดือนได้แล้ว เธอเกิด วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2532 เธอมีพี่น้องสองคน เธอเป็นน้องคนเล็ก เธอมาจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง ในตอนเรียนนั้นเพื่อนสนิทในกลุ่มเธอมีทั้งหมดเจ็ดคน ซึ่งตอนนี้ก็แยกย้ายกันหมดแล้ว แต่เพื่อนสนิทที่สุดตอนนี้เท่าที่เรารู้ เธอมีอยู่หนึ่งคน ซึ่งมีเรื่องอะไรเค้าสองคนนี้จะปรึกษากันตลอด เค้าสองรับรู้ความรู้สึกซึ่งกันและกัน สิ่งที่ฉันรับรู้และฉันสัมผัสได้จากเธอ เธอชอบกินบลูเบอรีชีสเคก แต่ที่เธอบอกอร่อยที่สุดก็คือที่แม่เธอทำให้เธอกิน เพราะแม่เธอทำอร่อยมาก ฉันก็ยังอยากจะกินอยู่เลย เวลาพาเธอไปกินไอติมน่ะ ต้องสั่งสตอเบอรีเชอเบต ให้เธอด้วย เธอบอกว่า เธอต้องสั่งทุกครั้งที่เธอกิน แล้วเวลากินน้ำปั่นกะเธอ ต้องดูดน้ำเพราะเธอชอบตักน้ำแข็งกิน ถ้ามีโอกาสเราควรซื้อยาคูลเก็บไว้ เพราะจำได้ว่าเธอเคยบอกว่ากินวันละขวด เวลาอยู่ที่บ้านแม่เธอจะซื้อเก็บไว้ให้ อย่ากินช๊อกโกแลตต่อหน้าต่อเธอ เพราะจะทำให้เธออยากกิน เธอชอบกินช๊อกโกแลต Mar กับ โออิชิคู่กัน เธอบอกว่ามันเป็นอะไรที่อร่อยมาก ฉันก็ยังไม่เคยกินเลย แต่นานๆครั้งเธอจะกินเพราะเดี๋ยวสิวจะขึ้นทันทีทันใด เวลาพาเธอไปกินข้าว ระวังน่ะ ! เวลาสั่งอาหารให้เธอ อย่าลืม ! สั่งไม่ ให้เค้าใส่ขิง กะเทียมเจียว ต้นหอม เพราะเธอไม่ชอบ ถ้าผักอย่างอื่นหลีกเลี่ยงได้ก็จะดี เออ อีกอย่าง ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยว เธอจะชอบ กินเส้นหมี่ขาว เธอเป็นโรคกระเพาะด้วย บอกเธอให้กินอาหารให้ตรงเวลาด้วยล่ะ ยาเธอมีอยู่ที่บ้านอ่ะ ให้เธอเอามาไว้ที่หอบ้างก็ดี ในโอกาสต่างๆพยายามอย่าซื้อตุ๊กตาให้เธอน่ะ เดาว่าเธออาจจะไม่ชอบ เพราะมันอาจจะเป็นแค่ของสิ้นคิด คิดอะไรไม่ออกก็ซื้อตุ๊กตาให้ เวลาซื้อของให้เธอก็เลือกสีประมาณสีฟ้าออกเขียว ๆ นิดนึง เพราะเธอบอกว่าเธอชอบสีนี้ ต้องดูหนังไว้มากๆรู้ป่าว ? เวลาคุยเรื่องหนังกับเธอจะได้รู้เรื่องบ้างว่าเธอพูดเรื่องอะไรอยู่ ไม่ใช่ไม่รู้จักเลยสักเรื่องที่เธอพูดมา เน้น! หนังไทย ไม่แนะนำอย่างเช่น กั๊ดกะกาว อารายประมาณนี้ ต้องดูหนังประมาณ comedyหน่อย เธอกลัวผีน่ะ อย่าหลอกเธอด้วย ยิ่งนอกสถานที่นี่ยิ่งระแวงใหญ่เลย เดี๋ยวจะทำให้เธอนอนไม่หลับเอาซะอีก เธอจะนอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้วเมื่อนอนสถานที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน กับหอเธอ ยิ่งหลอกผีนี่คงไม่ได้นอนกันแน่ชัวร์ แต่อย่าให้เธอมีโอกาสแกล้งกลับล่ะกัน มันอาจจะทำให้เจ้าหลอนไปเลยก็ได้ เพราะเธอทำได้สมจริงสมจังมาก เธอยังเคยทำให้ฉันกลัวได้เลย เวลาเธอโทรมาหาเจ้าอย่าให้โทรศัพท์ของเธอขึ้นคำว่ารอสาย เพราะมันจะทำให้เธอรู้สึกไม่ดีมาก แล้วเวลาโทรไปหาเธอไม่รับอย่าเจ้าเพิ่งท้อน่ะ เธออาจจะปิดเสียงอยู่แล้ววางโทรศัพท์ไว้ในห้อง แล้วเธอก็ออกไปดูหนังอยู่ก็ได้ อย่าเพิ่งคิดมาก เชื่อใจเธอมั้ยล่ะ  เวลาเธอเครียดเจ้าอย่าดูร่าเริง สดใส เกินไป มันอาจจะทำให้เธอเครียดยิ่งกว่าเดิมก็ได้ สิ่งไหนที่เจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆสำหรับเจ้ามันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอก็ได้ อย่าพูดอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกผิดรู้ป่าว ? ในบางครั้งความคิดเจ้ากับเธอไม่ตรงกันก็รับฟังความคิดของเธอบ้าง เราอาจจะดูว่าความคิดของเธอเด็กๆ เธอก็มีเหตุผลของเธอที่เธอคิดแบบนั้น เจ้าก็ได้แต่แนะนำเพราะสุดท้ายแล้วคนตัดสินใจก็คือเธอ เพราะชีวิตเป็นของเธอเอง แล้วเวลาคุยโทรศัพท์กับเธอพูดดังๆหน่อยน่ะ เพราะเธอบอกว่าเธอหูไม่ค่อยจะดี ไม่ค่อยได้ยิน เพราะเวลาฟังเพลงแล้วเธอก็เปิดดังๆ เออ! เพลงที่เธอชอบฟังนี่ก็ประมาณ ค่าย Bakery แล้วอีกที่ที่น่าจะเจอเธอถ้าไปในวันหยุดตอนเธอกลับบ้านก็น่าจะคือสยามนั่นแหละ เพราะเธอไปเกือบทุกอาทิตย์ได้เลยมั้ง เธอไม่ค่อยชอบไปวัดน่ะ อย่าเพิ่งพาไปรู้ป่าว เธอยังไม่แก่เลย แล้วก็อย่าซื้อเสื้อแบบผู้หญิงเค้าใส่กัน แบบว่าพอดีตัวเพราะเธอจะไม่ใส่ เธอชอบใส่เสื้อที่ ใหญ่กว่าตัวนิดนึง เธอต้องอาบน้ำสระผมทุกครั้งก่อนที่เธอจะนอน ถ้างั้นเธอจะนอนไม่ค่อยหลับ แล้วเวลาจะพาเธอไปเที่ยวที่สงบๆอย่าพาเธอไปน้ำตกน่ะ เพราะเธอเคยมีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับน้ำตก ถ้าจะพาเธอไป ก็เลือกพาไปทะเลหรือไม่ก็ภูเขา แต่เธอชอบภูเขามากกว่า หรือไม่ก็แล้วแต่Feelของเธอในตอนนั้น แต่แนะนำภูเขา เวลาเธองอน อย่าซื้อพวงมาลัยไปให้เธอน่ะ เดี๋ยวเธอได้กลิ่นของมันแล้วจะหลอน ซื้อเป็นกุหลาบไปให้เธอจะดีกว่า ฉันยังไม่เคยให้ดอกกุหลาบกับเธอเลยสักดอก ฉันมีเหตุผลของฉันในการให้น่ะ ไม่ใช่ไม่อยากจะให้ แต่มันยังไม่ถึงเวลา เธอไม่ค่อยชอบอิสลามเพราะ เค้ามีกลิ่นตัวที่เป็นเอกลักษณ์ แล้วอีกอย่างเค้ามีเมียได้สี่คน นี่แหละเหตุผลหลักเลย เธอไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ ถ้าเธอรู้เธอจะตัดทันที ระวัง ! เธอเลือกจะเก็บความรู้สึกมากกว่าที่เธอจะบอกออกไป เธอเป็นที่ฉันดูภายนอกว่าเธอแข็งแกร่งแต่ที่จิงแล้ว เธออ่อนไหวกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่าทำให้เธอคิดมาก อย่าทำอะไรที่กั้มกึ่ง แสดงให้เธอเห็นว่าไปทางไหนทางหนึ่งเลย อย่าหายไปโดยไม่บอกเธอ อย่าห่างจากเธอมาก ให้เวลากับเธอให้มากด้วย เจอเธอบ่อยๆได้ยิ่งดี เพราะเธออาจจะคิดว่าเจ้าหมดใจกับเธอไปแล้วก็ได้ …

   เจ้าจงดูแลเธอต่อจากฉันด้วย เหมือนอย่างที่ฉันต้องการจะทำให้เธอ ขอให้เธอเจอคนที่ดีกว่าฉัน เจ้าจงคอยให้กำลังใจยามเธอท้อ อยู่เป็นเพื่อนยามเธอเหงา คอยปลอบใจยามเธอเศร้า ฉันก็คงไม่มีสิทธิ์อะไรอีกแล้ว เพราะ ฉันก็เสียใจเหมือนกันที่ทำแบบนี้ ฉันคิดกับตัวเองอยู่นานว่าฉันควรจะพูดดีไม่พูดดี ในแต่ที่สุด วันนี้มันก็มาถึง วันที่ทุกอย่างมันจบลง ฉันถามใจตัวเองอยู่พอสมควร แต่มันกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ ….. แต่อยากให้เธอรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงอีกคนที่ฉันได้ทุ่มใจฉันให้เธอไปมาก เธอยังบอกเองว่า สิ่งใดที่คิดว่าใช่มันก็ไม่ใช่ แต่สิ่งใดที่คิดว่าไม่มันกลับใช่ ฉันเสียใจ... 
 
ขอบคุณวันเวลาที่เราเคยอยู่ด้วยกัน
ขอบคุณความทรงจำที่ยังมีอยู่ไว้
ขอบคุณที่ทำให้คิดถึงกันแม้อยู่ห่างไกล
ขอบคุณจากใจฉันจะไม่ลืมเธอ

อยากจะให้วันเวลาเดิมๆกลับมา
เรื่องที่เบื่อๆเมื่อมีเธอมันกลับทำให้มีความสุขได้
ทำไมหนอทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไป
หรือทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะเหมือนเดิม แต่ตัวเราเปลี่ยนเอง


ไม่เข้าใจตัวเองในเมื่อมีโอกาส
แต่ทำไมเราไม่กลับไปคว้าโอกาสนั้น
แล้วเราเรียกร้องโอกาสนั้นมาเพื่ออะไร
ทำไมตอนนี้เราไม่รู้สึกอยากให้โอกาสนั้นกลับมา


หรือมันเกิดจากความเคยชิน
หรือเราท้อ เราเหนื่อย หมดแรง
หรือเราคิดว่ามันจะเป็นแบบเดิม
ในที่สุดมันก็ต้องจบ ฉันเสียใจ….ฉันขอโทษ  
September 03

รู้สึกโดน

เคยมั้ย...เวลาฟังเพลงรักรู้สึกโดนใจ                       หน้าของใครบางคนก็ชัดเจนขึ้น
เวลาเราฟังเพลงเศร้า                                        แล้วรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับเสียงเพลงนั้น
เวลาอ่านหนังสือหรือบทกวี                                 รู้สึกว่าท่วงทำนองในนั้นเหมือนท่วงทำนองความรู้สึกของเรา
                            ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะความรัก
 

                                                             เรามักแอบคิดอยู่เสมอว่า...                                        อยากให้คนที่เรารัก คิดเหมือนเรา ใจตรงกับเรา 
                                                             ถ้าคนสองคนมีใจให้กัน ถ้าคนสองคนเข้ากันได้ดี                 ความรักก็อบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า
                                                             แต่ถ้าเขาและเธอคิดต่างกันหรือมีเหตุอันใดต้องพลัดพราก       ความอบอุ่นนั้นก็จางไปเหมือนสายลมในฤดูหนาว
                                                                                           ทั้งหมดของความสุขทุกข์ที่จะเกิดก็เพระาเขาและเธอรวมทั้งความรัก
 
อ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง  รู้สึกว่าโดนมาก
 
ผู้ชายเขา

เพื่อนๆพูดเล่นกับผมว่า...ผมเป็นทาสหรือคนรับใช้ สำหรับผมคำพูดแบบนั้นถือเป็นคำชมมากกว่า
 ผมอยากทำดีกับเธอจริงๆ  ผมดีใจที่เธอกินอะไรที่เธอชอบ  ผมมีความสุขเมื่อถือกระเป๋าให้เธอ  แม้ว่ามันไม่หนักมากก็ตาม
ฤดูร้อนที่แล้วที่ผมรู้ว่าเธอคบกับผู้ชายอื่น  แต่ผมคิดว่าผมยังโชคดีเพราะเธอกลับมาหาผมอีก
แต่การที่คนหนึ่งคบกับอีกคนหนึ่ง  แบบนั้นเป็นวิธีที่ไม่ค่อยถูกกต้องมั้งคับ
วันนี้ผมได้ยินคำสารภาพจากรุ่นน้องคนหนึ่งว่า...แอบชอบผมมาตั้งนานแล้ว  ผมรู้สึกใจสั่นไปหมด
ไม่ได้หมายความว่าผมรักรุ่นน้องคนนี้  แต่เนื่องเพราะคำสารภาพนั้น
ผมจึงรู้สึกตัวว่าเหนื่อยใจมากแล้วกับเธอคนนั้น  ผมก็รู้สึกตัวแล้วว่าผมก็อยากพักผ่อนบ้าง และผมก็อยากได้รับความรัก
ผมตั้งใจแล้วว่าจะบอกเธอว่าเลิกกันเถอะ  ผมรู้ว่าการพูดแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
แต่ผมไม่โทษเธอ  ผมมีความสุขเวลาอยู่กับเธอ  และการที่เธอรักผมไม่มากนั้น ไม่ใช่ความผิดของเธอ
 
 
ผู้หญิงเธอ
 
พี่ค่ะ พี่คิดว่ามันเป็นความรักของพี่หรอ ? คิดว่าผู้หญิงคนนั้นรักพี่จริงหรอ?
แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น  ไม่มีใครคิดอย่างนั้น ผู้หญิงคนนั้นเคยถามพี่สักครั้งรึป่าวว่า พี่อยากจะกินอะไร?
พี่ไอมาอย่างหนักตลอดอาทิตย์นี้  แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยซื้อยาแก้ไอให้มาสักครั้งเลย ใช่มั้ย?
ให้ยืมแค่ชื่อว่าแฟนอย่างเดียว  เอาใจแค่ส่วนหนึ่งมาแขวนไว้เฉยๆ ถ้ารู้สึกไกลไปก็ทำดีกับพี่ แต่พอใกล้เกินก็ทำเมินเฉย
เมื่อรู้สึกเบื่อก็ปันใจให้กับคนอื่น  พอไม่เหลืออะไรน่าสนใจก็กลับมาอีก  ถ้าจะบอกว่ารักทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด นี่มันไม่ใช่ความรัก
ฉันมาพูดกับพี่อย่างนี้  พี่อาจคิดว่าฉันเป็นบ้ากระทันหัน  แต่ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะพูด  เพราะฉันชอบพี่มานานแล้ว 
เวลาพี่ไอฉันอยากจะซื้อยาให้พี่กิน  ฉันอยากทำอาหารที่พี่ชอบให้พี่กิน
ฉันคิดว่าพี่ควรจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นฉัน แต่ยังไงก็คิดว่าไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น
August 28

Freshy Night 50

 
 
ในที่สุดงานนี้ก็คงเป็นงานสุดท้ายสำหรับกูแล้วเนอะเข้าใจแล้วความเหนื่อย เหนื่อยกายไม่ว่า  แต่เหนื่อยใจนี่ดิ
งานทุกอย่างมันมาประดัง ปั้งเดียวเลย รับฟังคนโน้นที คนนี้ที บางคนพอใจกับการตัดสินใจของกู
 
 

ขอโทษสำหรับบางคน ที่กูอาจจะแบ่งงานไม่เหมาะสม   ขอโทษสำหรับบางครั้งพูดแรงไปกับเพื่อนน่ะ
 
 
 
สำหรับคนทำงานคงพอจะเข้าใจน่ะ ในเมื่อทุกอย่างมันจนมุมแล้ว พอไม่มีคนทำจะปล่อยเลยตามเลยก็ไม่ได้
กูเข้าใจจุดประสงค์หลักของพวกเราก็คือ ทำงานให้ประสบความสำเร็จ กูยอมรับน่ะเว่ย นี่มันเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ที่กูเคยทำ
 
 

งานประชุมเชียร์ กูอาจจะไม่มีบทบาทอะไรมาก พราะงานนี้มีพี่staffคอยคุมบทอยู่แล้วบางครั้งยังคิดน้อยใจเลย ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ฝ่ายไหนกันแน่
ไม่มีใครมองเห็นหัว กูมันก็แค่ตัวประสานงานของแต่ล่ะฝ่ายก็แค่นั้น แต่ในงานนี้กูได้ลงมาทำเต็มตัว ถามว่าดีใจมั้ยสำหรับงานนี้  ดีใจน่ะ
ถึงทุกอย่างอาจจะไม่เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ แต่ในที่สุดก็ผ่านมันไปได้
 
 

ในเวลางานจบซึ่งกูก็ขึ้นไปพูดว่าเพื่อนผู้ชายช่วยๆกันเก็บสถานที่ด้วยน่ะ แต่แล้ว กูก็ลงมาเก็บ  โดยมองไปรอบๆความรู้สึกตอนนั้น
มันเป็นอะไรที่พิสูจน์คำว่าเพื่อนได้เลยถ้ากูไม่พูดกูจะไม่คิดเลยแหละ แต่ในเมื่อกูพูดไปแล้ว ถ้ามันยังเห็นกูเป็นเพื่อนมันอยู่
ขอแค่มายืนดูกูเก็บก็พอ ไม่ต้องลงช่วยก็ได้ อย่าปล่อยให้กูอ้างว้างได้ป่ะ  ให้กูรู้ว่ากูยังมีพวกมึงอยู่
กูขอความช่วยเหลือคนที่กูเรียกว่า"เพื่อน" แล้วคำตอบที่ได้กลับมา ก็คือ 
"ไม่ใช่หน้าที่ของกู กูไม่ทำ"
ซึ่งมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของกูเหมือนกันที่กูต้องลงมาทำ  แล้วกูทำไปเพื่ออะไร?  ไม่รู้น่ะมันเป็นความรับผิดชอบของกูไปแล้วซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่
ซึ่งมันเป็นงานที่หนักอยู่เหมือนกัน ถ้ากูทำคนเดียวได้ก็คงจะไม่ลงไปขอความช่วยเหลือจากพวกมึงเลย  แต่ในเมื่อกูทำไม่ได้
แค่ขอความช่วยเหลือเท่านั้น ถ้าพวกมึงยังเห็นว่ากูเป็นเพื่อนน่ะก็คงไม่ต้องบอก นี่มันก็เป็นอีกอย่างที่พิสูจน์คำว่าเพื่อนได้อีก
 
 
แล้วงานที่กูเคยมอบหมายไปให้ นึกว่ากูจะทิ้งงานหรอ  จะไม่ตามงานหรอ นึกว่ากูไม่รอพวกมึง อยู่หรอ ?
ถ้างานมันใหญ่โตมากกูจะไม่ว่า แต่นี่มันเป็นงานที่ทำคนเดียวได้ โอเค้ บอกไปแล้วถ้าทำคนเดียวไหวกูก็จะทำ
 
 
 
อะไรก็ตามที่รับผิดชอบทั้งสองอย่างควบคู่ไปด้วยกัน มันก็ไม่มีอันไหนดีเลย ตรงนี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว  ถ้าไม่ยืนตรงจุดนี้ก็คงจะไม่รู้
ทุกคนก็อยากสบายด้วยกันทั้งนั้นแหละ กูก็คนน่ะเว่ย กูก็อยากจะสบายกับเค้ามั้ง แล้วทำไมกูต้องมาทำด้วยว่ะเคยคิดบ้างมั้ย ?
มันคงเป็นความภาคภูมิใจ ที่คนไม่ทำก็คงจะไม่รู้อ่ะมั้ง  บ้ายบาย สำหรับตำแหน่งประธานรุ่น 15
 
 
 
 "ในยามที่ทุกอย่างจนมุม แล้วมันจะมีวีรบุรุษเกิดขึ้นมาเอง"
 

 
อันนี้ขอระบาย คำว่าเพื่อน ความจริงใจที่มีให้กัน กูให้มึงหมดแต่ที่กูได้รับจากมึงล่ะ
ในยามมีความสุข สุขด้วยกัน ในยามสนุก สนุกด้วยกัน ในยามกูเหนื่อย กูเหนื่อยคนเดียว ขอบใจน่ะ
 

 
*ขอบคุณเพื่อนทุกฝ่ายที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่จนงานจบ
*ขอบคุณ หนึ่ง แฟร์ เล็ก เมจิก อาร์ต(สันทนาการ)ที่คอยช่วยเราเคลียร์สถานที่ เก็บขยะหลังงานเลิก
*ขอบคุณข้าวโพดที่ช่วยปักตะไคร้  ทำให้ฟ้าสว่างขึ้นเยอะเลยแหละ
*ขอบคุณน่ะสำหรับคนที่ช่วยเรางานที่ทำป้ายสายรหัส
*ขอบคุณน่ะที่ทำให้เข้าใจคำว่าเพื่อนมากขึ้น จากการทำงาน
*ขอบคุณน่ะที่งานนี้ที่สอนบทเรียนให้เราได้อะไรหลายๆอย่าง
*ขอบคุณที่ทำให้ได้รู้จักคำว่า คนรักเป็นร้อย คนเกลียดเป็นล้าน
*ขอบคุณสำหรับตำแหน่งประธานรุ่นที่ทำให้คนอย่างกูได้สัมผัส
*ขอบคุณสำหรับพวกแมงปอที่ทำให้กูรู้ว่ามีพวกเราเป็นเพื่อนกูอยู่
August 24

หิน กรวด ทราย

มีคนเคยถามคุณมั้ย?

ถ้าสมมติมีโหลอยู่ใบหนึ่ง มีหิน กรวด แล้วก็ทราย
ถ้าเราต้องการเอาสามสิ่งนี้ใส่ลงไปในโหลใบนี้ให้เต็ม
เราจะทำยังไงให้ใส่สิ่งเหล่านี้ไปให้ครบทุกอย่าง แล้วก็มากที่สุด ?
 
 
สำหรับความคิดในตอนนั้น
 
เราก็คิดว่าไม่ยากเลย ก็แค่เทใส่ไปพร้อมกันให้หมด
แล้วจะถามเพื่อ...?แต่ที่จิงแล้วมันไม่ใช่ 
มันมีวิธีการมากกว่านั้น ซึ่งสามารถใส่ได้มากและเป็นขั้นตอน
 
 
นิยามของคำเหล่านี้

โหล==>ก็เหมือนกับชีวิตของเราที่เราเลือกที่จะใส่
ก้อนหิน==>ก็เหมือนกับสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเรา 
กรวด==>ก็เหมือนกับสิ่งที่สำคัญรองลงมา
ทราย==>ก็เหมือนกับสิ่งที่มีความสำคัญ อาจจะไม่มากเท่ากับสองสิ่งแรก แต่ก็ขาดไม่ได้
ช่องโหว่==>ก็เหมือนกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา
ช่องโหว่ใหญ่==>ก็เหมือนกับมีปัญหาใหญ่ๆเกิดขึ้นในชีวิต
ช่องโหว่มาก==>ก็เหมือนกับว่าปัญหามากมายในชีวิต
ยิ่งถ้าช่องโหว่ใหญ่แล้วก็มาก ==> ไม่ต้องไปพูดถึงมันเลยดีกว่า
 
 
ถ้าเราใส่เข้าไปมั่วๆ ใส่ทรายบ้าง หินบ้างสลับกันไป มันก็จะใส่ทุกสิ่งทุกอย่างได้น้อย
เมื่อเรามาดูเราก็จะเห็นช่องโหว่มากมาย อาจจะเล็กใหญ่บ้างสลับกันไป
 

 
ถ้าเปรีบบกับชีวิตคน 
 
มันก็เหมือนกับการที่เราเลือกเองที่จะใส่อะไรลงไปในชีวิตเรา
มันเป็นการเริ่มต้นของอนาคตเราก็ว่าได้ ถ้าเราเลือกที่จะใส่อย่างเป็นขั้นตอน
คิดภาพตามน่ะ มีโหล ใส่หินก้อนใหญ่ให้มากที่สุด แล้วใส่กรวดเข้าไปเพื่อไปอุดช่องว่างระหว่างหิน
แล้วก็ใส่ทรายเข้าไปเพื่อไปอุดช่องว่างระหว่างกรวด  เพื่อให้โหลเต็มและได้มากที่สุด
จะบอกว่าไม่มีช่องโหว่เลย ก็ไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่าที่เราจะใส่เข้าไปมั่วๆแล้วช่องโหว่มากมาย
 
 
สรุปก็คือ
 
 เลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดให้กับตัวเองก่อน แล้วตามมาด้วยสิ่งที่คัญรองมา
แล้วก็ใส่สิ่งที่สำคัญไม่มากเท่าสองสิ่งแรก แต่ก็ขาดไม่ได้ลงไป
เพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตของเรา และเก็บสิ่งที่สำคัญในชีวิตให้มากที่สุด
ปัญหาในชีวิตมันเกิดขึ้นอยู่แล้วไม่มีหรอกที่จะราบรื่นตลอด
แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะที่จะสามารถทำให้ปัญหามันเกิดขึ้นน้อยที่สุด
มันอยู่ที่ตัวเราเอง...แล้วคุณจะใส่อะไรลงไปบ้างในชีวิตคุณ?
 
 
ในขณะนี้ที่มหาลัย

ก้อนหิน-การเรียน
กรวด-ประสบการณ์
ทราย-กิจกรรมต่างๆ
August 07

แอบน้อยใจเล็กๆ

ทำไมช่วงนี้อารมณ์มันแปลก ๆ กับทุกสิ่งทุกอย่าง
ตั้งแต่เรื่องส่วนตัว รวมไปถึงส่วนรวม
ที่ทุกๆอย่างมันไม่ค่อยจะลงรอยเลย
มันรู้สึกเหนื่อยกับทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
อยากจะมีเวลาที่จะหยุดพักบ้าง
แต่จะบอกว่าไม่มีเวลาเลยมันก็ไม่ใช่
 
ทำไมคนที่ไปไหนไปด้วยกัน จะกิน จะเที่ยว
คนที่กูคิดไว้ว่ามันแม่งจะช่วยกูได้ทุกเรื่อง
จะขอความช่วยเหลือในยามเดือดร้อนหรือทำคนดียวไม่ไหวจริงๆ
กลับเดินจากกูไป...โดยทิ้งสิ่งที่เรียกว่าความรับผิดชอบของกูให้กับกูคนเดียว
มันเคยบอกน่ะว่า มีอะไรอย่าทำคนเดียว บอกเพื่อนดิมีเยอะแยะ เดี๋ยวก็ช่วยกันทำ
ช่ายเยอะจริงเว่ย แต่คนที่จะมาช่วยกูทำมีกี่คนว่ะ
จะว่าไปแล้วพวกมันก็ไม่ผิด
เพราะมันไม่ใช่ความรับผิดชอบ ของตัวเองหนิ
แทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
รู้สึกน้อยใจว่ะ พูดอะไรไม่ออกเลย
 
ทำไมคนที่กูไม่ได้คิดไว้ กลับมาช่วยกูทำ
ซึ่งอาจจะไม่ได้กินข้าวด้วยกันบ่อย ไม่เคยเที่ยวกันเลยด้วยซ้ำ
แต่พวกนั้นยื่นมือเข้ามาช่วย ด้วยความเต็มใจ
ขอบคุณน่ะที่ทำให้รู้ว่า ยังมีเพื่อนอยู่
ถึงแม้อาจจะไม่สนิทกันก็ตาม
 
และทำไมมันต้องเอาอารมณ์เซ็งๆนี้ไปลงกับคนอื่น หรือสิ่งอื่น
ทั้งที่คนนั้น หรือ สิ่งนั้น ไม่รับรู้ หรืออาจจะรับรู้บ้าง
หรือมันอาจจะเป็นการระบาย แม้เค้าจะรับฟังนิ่งๆ
อาจจะไม่มีคำแนะนำ แต่ก็ยังดีที่เค้ารับฟังน่ะ
ขอบคุณสะพานสระแก้ว ที่เมื่อเวลาเหงาไปนั่งอยู่คนเดียวแล้วรู้สึกดีขึ้น
ขอบคุณโรงละครA4ที่วันนี้ไปนั่งหลบฝนคนเดียว แล้วรู้สึกดีขึ้น
ขอบคุณคนที่รับฟังเรื่องไร้สาระของเรา ที่เราบ่นให้ฟัง แล้วรู้สึกดีขึ้น
 
ส่วนเรื่องความรักก็ ไม่มีเวลาได้มองใครเลย
บางครั้งที่รู้สึกเหงาอยากหาคนมานั่งข้างๆ
และก็บางครั้งอยากอยู่คนเดียวโดยอย่ามีใครมายุ่งกับกูเลย
แถมเมื่อวานโดนเด็กหลอกอีก  นัดมาทำไมไม่ออกมาล่ะ
แล้วจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร
โอ้ย !!! จะบ้าอยู่แล้วเว่ย "โปรดส่งใครมารักฉันที"
 
 
 
Photo 1 of 12